
ฟันปลอมถอดได้ต้องดูแลอย่างถูกวิธี เพื่อใช้งานได้นาน สะอาด ไม่เกิดกลิ่น และไม่ทำให้เกิดปัญหาในช่องปาก บทความนี้รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับการดูแลฟันปลอมครบทุกขั้นตอนครับ
การทำความสะอาดฟันปลอมประจำวัน — 4 ขั้นตอน
- ถอดฟันปลอม หลังกินอาหาร ล้างน้ำไหลผ่านเพื่อขจัดเศษอาหาร
- แปรงฟันปลอม ด้วยแปรงนุ่มและน้ำยาล้างฟันปลอม (ห้ามใช้ยาสีฟัน!)
- แปรงเหงือกและฟันจริง ที่เหลืออยู่ด้วยยาสีฟันตามปกติ ใช้ไหมขัดฟัน
- แช่ฟันปลอมตอนนอน ในน้ำสะอาดหรือน้ำยาแช่ฟันปลอม

ข้อห้ามสำคัญ — ต้องจำให้ขึ้นใจ!
- ห้ามใช้ยาสีฟัน — มีอนุภาคขัดที่ขูดผิวฟันปลอมให้ขรุขระ สะสมแบคทีเรียและกลิ่นเหม็นง่ายขึ้น
- ห้ามแช่ในน้ำร้อน — ทำให้ฟันปลอมอะคริลิกบิดเสียรูป ใส่ไม่พอดีอีกต่อไป
- ห้ามทำหล่น — ฟันปลอมแตกง่ายมาก วางผ้าหรือน้ำในอ่างรองรับขณะล้าง
- ห้ามนอนใส่ทุกคืน — ให้เหงือกพัก ลดเสี่ยงเชื้อรา Candida
- ห้ามซ่อมเอง — อย่าใช้กาว Super Glue หรือดัดเอง มาพบทันตแพทย์ครับ
น้ำยาแช่ฟันปลอม — เลือกอะไรดี?
- แบบเม็ดฟู่ (Effervescent Tablet) — สะดวก หยอดลงน้ำ แช่ 15-30 นาทีหรือข้ามคืน ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย 99%
- แบบน้ำ (Solution) — เทใส่ภาชนะ แช่ตามเวลาที่กำหนดบนฉลาก
- น้ำเปล่า — ใช้ได้ถ้าไม่มีน้ำยา แต่ไม่ฆ่าเชื้อ

ปัญหาที่พบบ่อย — แก้อย่างไร?
ฟันปลอมหลวม
เกิดจากเหงือกและกระดูกหดตัวตามเวลา เป็นธรรมชาติ แก้โดย ปรับพื้นฟันปลอม (Relining) ที่คลินิก เติมวัสดุใหม่ที่พื้นให้พอดีเหงือกปัจจุบัน อย่าใช้ครีมยึดฟันปลอมระยะยาวโดยไม่ปรึกษาหมอ
แผลกดทับ
ฟันปลอมใหม่อาจกดเจ็บบางจุด อย่าทนเจ็บ! มาพบทันตแพทย์ปรับจุดกดทับ ใช้เวลาไม่กี่นาที
เชื้อราในปาก (Oral Candidiasis)
การนอนใส่ฟันปลอมทุกคืนเพิ่มเสี่ยงเชื้อรา Candida ทำให้เหงือกแดง คัน มีปื้นขาว ป้องกันโดย: ถอดออกทุกคืน ล้างฟันปลอมและเหงือกให้สะอาด แช่น้ำยาฆ่าเชื้อ
กลิ่นเหม็น
เกิดจากแบคทีเรียสะสม ล้างฟันปลอมทุกวัน แช่น้ำยาเม็ดฟู่สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ถ้ายังมีกลิ่นมาพบทันตแพทย์

เมื่อไหร่ต้องปรับหรือทำฟันปลอมใหม่?
- ฟันปลอมหลวม กดเจ็บ แม้ปรับแล้วยังไม่ดีขึ้น
- ฟันปลอมแตก ร้าว ซ่อมไม่ได้
- ใช้งานมานานกว่า 5-7 ปี (อะคริลิก) หรือ 7-10 ปี (โครงโลหะ)
- มีฟันจริงหลุดเพิ่ม ต้องเพิ่มซี่ในฟันปลอม
อ่านเพิ่มเติมเรื่องฟันปลอมทุกประเภท
สรุป
ดูแลฟันปลอมด้วย: แปรงด้วยน้ำยาเฉพาะ (ไม่ใช่ยาสีฟัน) ถอดทุกคืน แช่น้ำ/น้ำยา ห้ามน้ำร้อน มาปรับทุก 1-2 ปี