กลิ่นปาก (Halitosis) เป็นปัญหาที่กระทบความมั่นใจอย่างมาก หลายคนใช้ลูกอมหรือสเปรย์ดับกลิ่นซึ่งแก้ได้แค่ชั่วคราว เพราะไม่ได้จัดการที่ต้นเหตุจริง บทความนี้สรุปสาเหตุที่แท้จริงของกลิ่นปาก พร้อม 7 วิธีแก้ให้หายขาดอย่างถูกวิธีครับ


กลิ่นปากเกิดจากอะไร?
- แบคทีเรียบนลิ้นและซอกฟันย่อยเศษอาหาร ปล่อยก๊าซกำมะถันที่มีกลิ่น
- หินปูนและคราบจุลินทรีย์สะสม ทำให้เหงือกอักเสบและมีกลิ่น
- ฟันผุหรือฟันที่มีหนอง เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย
- ปากแห้ง น้ำลายน้อย ทำให้แบคทีเรียเติบโตเร็วขึ้น
- อาหารกลิ่นแรง เช่น กระเทียม หัวหอม กาแฟ และการสูบบุหรี่
- โรคบางอย่าง เช่น ไซนัสอักเสบ กรดไหลย้อน หรือเบาหวาน
7 วิธีแก้ปัญหากลิ่นปากให้หายขาด
- แปรงฟันให้ถูกวิธีวันละ 2 ครั้ง อย่างน้อยครั้งละ 2 นาที
- แปรงหรือขูดลิ้นเบาๆ ทุกวัน เพราะลิ้นเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียหลัก
- ใช้ไหมขัดฟันทุกวันเพื่อกำจัดเศษอาหารในซอกฟันที่แปรงไม่ถึง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อลดภาวะปากแห้ง
- ขูดหินปูนและตรวจฟันทุก 6 เดือน เพื่อกำจัดคราบที่แปรงออกไม่ได้
- ลดอาหารกลิ่นแรง งดบุหรี่ และจำกัดกาแฟ
- หากดูแลช่องปากดีแล้วยังมีกลิ่น ควรพบแพทย์ตรวจหาสาเหตุจากร่างกาย

วิธีเช็กกลิ่นปากตัวเองง่ายๆ
ลองเลียหลังมือทิ้งไว้ให้แห้งสักครู่แล้วดมดู หรือใช้ไหมขัดฟันแล้วดมกลิ่นที่ติดมา ถ้ามีกลิ่นแรงแสดงว่าอาจมีปัญหากลิ่นปากที่ควรดูแล อีกวิธีคือสอบถามคนใกล้ชิดตรงๆ เพราะบ่อยครั้งเจ้าตัวจะชินกับกลิ่นจนไม่รู้สึก
สรุป
กลิ่นปากส่วนใหญ่เกิดจากแบคทีเรียในช่องปาก แก้ได้ด้วยการแปรงฟัน แปรงลิ้น ใช้ไหมขัดฟัน และขูดหินปูนสม่ำเสมอ ถ้าดูแลดีแล้วยังมีกลิ่น ควรพบทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุครับ
คำถามที่พบบ่อย
น้ำยาบ้วนปากช่วยลดกลิ่นชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ ควรแปรงฟัน แปรงลิ้น ใช้ไหมขัดฟัน และขูดหินปูนร่วมด้วย
อาจเพราะไม่ได้ทำความสะอาดลิ้น มีหินปูนหรือฟันผุซ่อนอยู่ หรือมีภาวะปากแห้ง ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
กว่า 80-90% ของกลิ่นปากมาจากในช่องปากเอง ส่วนน้อยมาจากระบบอื่น เช่น ไซนัสหรือกรดไหลย้อน